Breaking News
Home / อ่านเรื่องเสียวเกย์ ฟรี / เรื่องเสียวเกย์ “พี่อู๋ที่รัก” ตอน 18

เรื่องเสียวเกย์ “พี่อู๋ที่รัก” ตอน 18

“พี่อู๋ที่รัก” ตอน (18)

ตะวันคล้อยบ่าย 5 โมงแล้ว ทุกคนที่บ้านยังไม่กลับจากชลบุรี ผมคงยืนนิ่งเหม่อตาลอย ทอด
สายตาออกไกลอย่างไร้จุดหมาย จิตวกวนหวนนึกถึงแต่ความสัมพันธ์ระหว่างพี่อู๋และผม นับ
เนื่องได้พบครั้งแรกจวบกระทั่งปัจจุบัน มันช่างเหมือนพรหมลิขิตในจินตนิยายผสมผสาน ชีวิต
ในละครทีวีน้ำเน่า ชายหนึ่งมาพบอีกชายหนึ่ง ?ชายหนึ่งมาเกิดหลงรักอีกชายหนึ่ง

ความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวจาก ?เพื่อนเล่นต่างวัย? เกิดอุบัติการณ์กลายมาเป็น “เพื่อนเล่นล่อ
เพื่อน”

ย้อนนึกถึงในช่วงสองอาทิตย์เต็มๆที่เราไปกลับ ร.ร. ด้วยกันนั้น เราใช้ชีวิตประหนึ่งว่าไม่มีสิ่งใด
เลยจะมาทำให้เราพรากจากกัน ทุกเช้าพี่อู๋จะรอผมซึ่งขับจักรยานยนต์มารับที่หน้าวัด จะเอา
สองมือกระหวัดโอบเอว คางวางเชยบนบ่า กระซิบคำคุยหลังซอกหู ยามลับตาคนก็จะแกล้ง
เอามือมาจับลูบกระดอผม เข้านั่งซ้อนรถเบียบชิดจนรู้สึกถึงKที่ลุกมาดุนหลัง

ขากลับจาก ร.ร. พี่อู๋เปลี่ยนมาเป็นคนขับ ผมได้กุมจับKพี่เขาเล่นทุกๆเย็น

ช่างแสนอบอุ่นยามเอาหน้าเข้าแนบกับแผ่นหลังที่ผึ่งผาย ยามได้หลบกระแสลมแรงต้าน ให้รู้
สึกดั่งว่าพี่เขาคือโล่แห่งชีวิต ที่มาปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัย แม้ว่าโอกาสไม่อำนวยให้เรา
สองมาได้นอนกระเด้าเย็ดนับอาทิตย์ แต่มันเป็นช่วงเวลาที่สอนผมให้รู้ว่าเซ็กส์เป็นเพียงแค่สิ่ง
ประกอบในความสัมพันธ์ ต่างกับพี่อู๋ที่บ่นหงุดหงิดอยากให้ผมดูดKให้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน

ผมมีแต่ความหวังและใฝ่ฝัน ชีวิตของเราจะไม่มีการพรากจากกัน ไม่นานจนเกินรอจะได้ยิน?คำ
รัก?พี่อู๋จะกล่าวมอบให้

แต่แล้วสิ่งที่หวังจะได้และสิ่งฝันหา มันเพียงแค่ความเพ้อเจ้อในฝ่ายผม วันนี้ได้เป็นที่ประจักษ์
แจ้งชัดแล้วว่า “พี่อู๋คิดและรู้สึกเป็นอย่างอื่น” ท่าทีอ้อนฉอเลาะ และน้ำคำให้ชวนหลงใหล เป็น
แค่คำลม หว่านหวานประกอบกามกิจที่ไร้จริงใจ วันนี้วัยหนุ่มย่าง 16 ไม่มีสิ่งใดบนร่างให้เหลือ
ที่จะกล่าวอ้างว่าเป็นหนุ่มพรหมจารีได้อีก ยิ่งไปกว่านั้นยังกลายเป็นผู้ที่ชื่อว่าได้เบิกบริสุทธิ์ของ
หนุ่มอื่นก่อนวัยอันควร

วันนี้เช่นกันถึงแม้ว่าพี่อู๋และผมได้เป็นทั้งผัวทั้งเมียกันอย่างสมบูรณ์แล้วก็ตาม ผมเลิกที่จะหวัง
และใฝ่ฝันให้พันธะของเราเป็นอมตะ ในเมื่อพี่อู๋ไม่รับปากยืนยันว่าจะซื่อสัตย์ต่อกัน มีความ
แน่วแน่ในใจว่าหากวันใดเราต่างมีใจออกห่าง วันนั้นถือว่าเป็นวันที่เราสองขาดจากกัน ผมจะ
ไม่ขอยอมดูดKคนที่สำส่อน เที่ยวเอาKปักหีหรือทิ่มตูดใครๆไม่เลือกหน้า เมื่อจะร่วม
สัมพันธ์เราต้องเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น

ผมรู้ว่ายิ่งความสัมพันธ์ได้ก่อตัวนานเนินวันมากเท่าใด หัวใจผมยิ่งเปราะบางง่ายต่อความเจ็บ
ปวดมากเท่านั้น นี่คือจุดอ่อนของผม ในเวลาเดียวกันจุดแข็งก็คือว่าแม้ว่าจะเจ็บผมก็ไม่หวั่น
ไหวที่จะก้าวเดินต่อไป อาจเป็นเพราะความอ่อนเพลียทางกาย กอปรกับความอ่อนหล้าใน
ความคิดและความรู้สึกรันทดหดหู่ใจ ผมได้หลับไปอย่างมิรู้ตัวจนได้ถูกปลุกขึ้นเมื่อทุกคนทาง
บ้านได้กลับมา

ในสองอาทิตย์ถัดมาดูเหมือนว่าพี่อู๋นับวันยิ่งอยากจัดขึ้น เรือนรับรองได้กลายเป็นสถานปลด
เปลื้องอารมณ์ เรามาลอบกระเด้าเย็ดอมดูดรูดKหลังร.ร.เลิกเกือบทุกวัน

ลงทุนซื้อหนังสืออย่างว่า มาเรียนรู้ท่าเย็ดบำเรอสุขให้กัน อาจจะกล่าวได้ว่าเราต่างช่ำชอง
ชำนาญเย็ดในทุกท่ากระบวน การดำเนินชีวิตของเราสองเริ่มกลายเป็นกิจวัตร

อะไรที่ได้ทำ ได้ใช้บ่อยๆอย่างจำเจ ก็ย่อมก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายได้ ผมเริ่มสังเกตว่าความ
ตื่นเต้นของเราได้ค่อยซาไปตามวันที่เนินยาว สิ่งที่ผมไม่ค่อยจะพอใจนักก็ตรงที่ว่า พี่อู๋เริ่ม
จินตนาการใช้ตูดต่างหี สำหรับผมหากเราจะเย็ดกันมันต้องเป็นการเย็ดต่อผู้ที่เราเย็ดด้วย มิ
ใช่เป็นตัวแทนต่อบุคคลที่สาม เป็นแค่สิ่งสำรองรองรับการบำบัดอยาก บางครั้งได้ยินพี่อู๋เริ่ม
ปรารภนึกจะริลองเย็ดหีดูสักที จนผมรู้สึกขัดหู

ปลายเดือนมกราเป็นช่วงซ้อมกีฬาสี พี่แตงสมัครตัวมาให้บริการในทีมบอลของพี่อู๋ เนื่องจาก
ผมเป็นนักบาสของอีกสีหนึ่ง มีตารางการซ้อมต่างไป พี่อู๋ต้องตื่นไปซ้อมที่ ร.ร. ในตอนเช้าๆและ
อยู่หลังเรียนเย็นๆ เราจึงไม่มีโอกาสได้ไปกลับด้วยกันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ตลอดทั้ง
สัปดาห์การร่วมรักเย็ดตูดดูดKจำต้องงด นอกจากจะพบแค่บ่ายวันเสาร์

อย่างไรก็ตามด้วยจิตรักและคิดถึง ผมจะหาโอกาสย่างกายแวะไปทักทายพี่เขาที่สนามบอล
เกือบทุกวัน ก็เริ่มเห็นความไม่ปรกติที่พี่อู๋ปฏิบัติต่อพี่แตง บางครั้งแว่วได้ยินการหยอกเอินกัน
อย่างคนรัก ความรู้สึกในความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของได้ก่อตัว และมากขึ้นกลายเป็นแรงหึงหวง
แต่ผมเก็บซ่อนความรู้สึกนี้ในใจเพียงผู้เดียวมิมีผู้ใดได้ล่วงรู้

ช่วยไม่ได้ที่จะมีความคิดหวาดระแวงว่าพี่แตงจะมาเป็นมารเข้าแย่งคนรัก ท่าทีของพี่อู๋บ่งชัดว่า
ย่อนความสนใจเอาใจใส่ต่อผม ยามเมื่อผมปรากฏกายหรือเข้าไปพบ ก็ไม่รีบตรงเข้ามาหา
เหมือนเคยทำ บ่อยครั้งผมต้องเดินผละจากไปด้วยหัวใจที่เริ่มเจ็บช้ำ เวลาทั้งหมดที่พี่อู๋เคย
มอบให้ผม ได้ถูกผันให้พี่แตงจนหมดสิ้น สิ้นทางดิ้นรนยึดดึงคนรักให้กลับหวนคืน มันสุดแสน
ทุกข์ทรมานใจอย่างมิเคยประสบมาก่อน ตัดสินใจว่าเสาร์นี้ที่เรานัดเจอะ จะต้องพูดจากันให้รู้
ถึงความคิดของพี่อู๋

ตลอดทั้งอาทิตย์ผมเร่งนับเวลาแทบว่าจะรอไม่ได้ หัวใจเรียกหาใคร่จะได้อยู่ในอ้อมกอด
สัมผัสแนบชิดกับผู้เป็นที่รัก เมื่อวันนัดมาถึง (ปรกติเรานัดในตอนบ่าย) ด้วยใจผมยากจะอด
ทนจนรอไม่ไหว ตั้งใจจะไปนอนรอท่า ผมตัดสินใจมุ่งไปเรือนรับรองตั้งแต่ 11 โมงเช้า ระหว่าง
ทางได้แต่ใฝ่ฝันวาดภาพสองเราโผล่เข้าหากันยามแรกพบหลังจากห่างเหินไปนาน วาดเห็น
ภาพการร่วมรักที่เราปรุงแต่งรสปรนเปรอให้กัน แม้แค่ได้คิดหัวใจมันเป่งพองโตสุขใจท่วมท้น
จนแน่นอก

เมื่อย่างเท้ามาหยุดยืนที่บานประตู ให้รู้สึกแปลกใจไม่เห็นกุญแจที่คล้องใส่ คล้ายกับว่ามีผู้ได้
มาเปิดห้องอยู่ก่อนแล้ว ทันใดนั้นบานประตูได้ค่อยเปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มหญิงสาวจูง
มือกันก้าวออกมา เราสามคนถึงกับผงะ ฝ่ายหญิงกรีดร้องอุทานอย่างตกใจ “อุ๊ยตายแล้ว!”
ฝ่ายชายอ้าปากค้างมีเสียงแผ่วๆรอดดังมา “ป้อ”

มันเป็นการช๊อคอย่างสุดขีด หัวใจคล้ายดั่งจะหยุดเต้น ตัวผมถูกตรึงแน่น เพ่งจ้องมอง มัน
เหมือนฝันร้ายในคืนเดือนมืด เมื่อรู้ว่าบุคคลทั้งสองที่ยืนอยู่เบื้องหน้าว่าเป็นใคร ความเงียบเข้า
ครอบงำอยู่พักใหญ่ จนฝ่ายชายเอ่ยคำพูดแก้ตัวพัลวันด้วยเสียงอันพร่าสั่นเครือ ฝ่ายหญิงดึง
มือออกจากการจับกุมก้มหน้านิ่งไม่สู้ตา

?อ้า.. พี่แตงเขา.. อ่า อยากจะดูห้อง.. เลยพามาดู ..เท่านั้นเอง..จริงๆ..เข้ามาดูแป๊บเดียว .. อ้า
..ป้อมายืนอยู่นาน..แล้วรึ”

ทั้งในหัวและในใจของผมมันมีแต่ความว่างเปล่า ไร้ความรู้สึกไม่มีความคิดอันใดจะตอบสนอง
ขณะที่ค่อยก้มหน้าลง ตาเหลือบแลเห็นกางเกงนักเรียนพี่อู๋ซึ่งคงรีบใส่ไม่เรียบร้อย ก็เดาได้ว่า
อะไรอาจเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เหมือนดั่งมาถูกทรยศหักหลัง อาการโกรธเคืองเกิดผุดพุ่งขึ้น จึง
ร้องบอกด้วยเสียงดังก้องก่อนผลุนหันหลังกลับออกไปว่า

“อย่าลืมรูดซิปก่อนไปส่งด้วยนะ” พี่อู๋รีบก้มดูแล้วรีบดึงรูดซิปกางเกงอย่างลวกๆ

คว้าต้นแขนผมให้หยุด?กล่าวคำมาว่า

“ป้ออย่าเข้าใจผิด จะอธิบายให้ฟัง ?ไปรอพี่ในห้องก่อน จะไปส่งแตงที่หน้าวัดเดี๋ยวมา”

ผมเขม็งตามองพี่อู๋อย่างขมึงจนพี่เขาไม่กล้าสบตาตอบ ปล่อยมือออกจากแขนให้ผมเดินออก
จากที่นั้นทันที

ผมเดินกลับบ้านแบบเลื่อนลอย น้ำตาไหลรินอาบหน้าอย่างไม่รู้ตัว เมื่อถึงบ้านเข้าห้องปิด
ประตู โดดเข้านอนบนเตียงเอาหน้าซุกหมอนสะอึกสะอื้นตัวสั่นเทา ร่ำไห้ปานว่าใจจะขาด นี่
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หัวใจปวดร้าวที่สุด

ภาพของพี่ทั้งสองยังคงตราติดตา หัวใจเสียวแปลบดั่งถูกเข็มนับร้อยกระหน่ำทิ่มแทง นี่นะหรือ
สิ่งตอบแทนความสัตย์ซื่อจากความรักที่มอบให้จนหมดใจ พี่อู๋เองก็รู้ดีว่าผมรักพี่เขามากสัก
เพียงใด เหมือนดั่งว่าถูกหลอกใช้ ไม่ว่าจะเป็นทาสปลดเปลื้องกามหื่นกำหนัดตัณหาหรือความ
สะดวกสบายต่างๆที่สรรค์หาให้ในยามต้องการ แม้ไม่มีรักตอบก็ไม่น่าจะทำร้ายเหยียบย่ำขยี้
ใจให้ปวดช้ำ

ผมนอนตะแคงขดตัวคู้ขาหนาวสั่นดั่งเป็นไข้ ไม่มีใครรู้ว่าผมหลบนอนอยู่ในห้องจนจรด
เย็น เมื่อความเศร้าโศกถึงจุดขีดอิ่มตัว ความโกรธแค้นได้ก่อเข้าแทรกเสริม ยามใดที่ใบหน้าพี่
อู๋แวบมาในความคิด หัวใจมันแปรผันเป็นความเกลียดชังถึงที่สุด

จะไม่ขอร่ำไห้อาลัยอาวรณ์เสียดายรักอีกต่อไป ด้วยทิฐิผมปลอบตนเองว่านับแต่นี้ไปชีวิตเรา
สองจะเหมือนทางคู่ขนาน ไม่มีวันที่จะได้บรรจบพบกันอีกในชาตินี้หรือข้างหน้า หากบุญ
กรรมเคยทำร่วมก็ให้หมดเวรต่อกัน

หมดแล้วซึ่งเยื่อใยสายพันธะผูกสัมพันธ์เคยมีให้กัน จะขอฝังอดีตไม่จดจำจารึก และจะไม่
ขอกลับเข้าคืนดีต่อกันในภายหน้า

ในวันอาทิตย์รุ่งขึ้นพี่อู๋เพียรให้ไอ้ขวดเอาจดหมายมาส่งถึงนับ 10 ฉบับ ผมไม่สนใจใยดีแม้จะ
รับมาเปิดอ่าน สั่งไอ้ขวดให้ส่งคืนเจ้าของไปทุกครั้ง วันจันทร์ผมลาออกจากทีมบาส (อ้างว่า
เป็นโรคหัวใจ ใช่.. โรคหัวใจสลาย) ไม่เข้าร่วมกีฬาสีจนจบงาน ตลอดทั้งสัปดาห์ก็นั่งอยู่แต่ใน
ห้องเรียนเสแสร้งว่าดูหนังสือ แต่แท้จริงแล้วใจมันเลื่อนลอยนั่งนิ่งเหมือนไร้ซึ่งชีวิต ปราศจากซึ่ง
ความรู้สึกหรือความคิดนึกใดๆ

แรกๆพี่อู๋มาดักพบที่หน้าห้องหลายต่อหลายครั้ง ผมทำวางหน้าเฉยไม่แยแสต่อคำวิสาสะ ในที่
สุดก็หมดเพียรเลิกราไป ไม่เคยได้พบเห็นกันอีกเลย

นับเนื่องจากนั้นมาผมได้จมอยู่แต่ในโลกส่วนตัว อยู่ลำพังแต่เดียวดาย ไม่คบหากับใคร จน
เพื่อนสงสัยแต่ไม่มีใครกล้าถาม พี่อู๋กับผมเหมือนตายจากกัน ผมปล่อยใช้ชีวิตเช่นนี้ร่วมแรม
เดือน

TBC…..

Check Also

อ่านเรื่องเล่าเสียวๆเกย์ ชดใช้… (copy) 5

สิ่ ...

Website is Protected by WordPress Protection from eDarpan.com.