Breaking News
Home / อ่านเรื่องเสียวเกย์ ฟรี / อ่านสอนบทรักชาวเกย์ ความลับของพ่อ part 1

อ่านสอนบทรักชาวเกย์ ความลับของพ่อ part 1

“อื้อ… อ่า… อ้า…” เสียแหบ ๆ ครางเบาลอยมาตามลมเสียงครางแหบต่ำที่ผมคุ้นเคยมักดังแว่วในยามค่ำคืน หากใครตั้งใจเงี่ยหูฟังจะรู้ว่าต้นเสียงมาจากกระท่อมปลายทุ่งข้าว แม้บางครั้งเสียงครวญครางนั้นจะเร้าเร่งจนผมอยากรู้อยากเห็น แต่คำพูดที่ว่า “เด็กดีไม่ควรอยากรู้อยากเห็น” ทำให้ผมยกผ้าผวยขึ้นห่มร่างและข่มตาให้หลับอย่างเดียวดาย ทุกครั้งที่ผมได้ยินเสียงครางแหบต่ำลอยล่องลมมา พ่อจะหายไปจากที่นอนเสมอ……………………………………….คืนวันพระใหญ่ เดือนหงายส่องแสงนำทางผมกับไอ้ขวัญกลับบ้าน หนังกลางแปลงเรื่องสุดท้ายมักจะดึงดูดคนหนุ่มให้ดูจนจบเสมอ ก็คนบ้านนอกบ้านนาอย่างผมและเพื่อนจะไปมีโอกาสเห็นสาวในเมืองนุ่งน้อยห่มน้อยได้อย่างไรถ้าไม่ใช่จากหนังกลางแปลง“แม่งนางเอกโคตรน่าล่อเลยว่ะ… มึงว่าไหม อีคนที่เล่นเป็นผีแม่งก็นมใหญ่ ถ้าเจอผีหุ่นงี้ก็จะจับเย็ดให้ลืมหลุมเลย” ไอ้ขวัญชวนคุยอย่างคะนองปาก“ไอ้เหี้ย นั่นมันผีนะเว้ย แม่งเย็ด ๆ ไปเดี๋ยวแม่งหันมาหน้าเละ มึงจะทำไง”“เหี้ย… ถ้าผีแม่งหุ่นงี้กูก็เย็ดวะ…”ยังพูดไม่ทันขาดคำ เสียงครางแหบต่ำก็ลอยมาจากทางท้ายทุ่ง“เฮ้ย… แก้ว มึงได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่าวะ…”ผมปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบ เสียงครางยังคงดังเป็นระยะ“ไอ้เหี้ย… กูว่าแม่งชักไม่ดีแล้วว่ะ… เฮ้ยกูกลับก่อนนะเว้ย มึงเดินเข้าบ้านเองนะ” ไม่ทันที่ผมจะเอ่ยอะไร คนอยากเย็ดผีอย่างไอ้ขวัญก็กลับหลังหันวิ่งหางจุกตูดไปทันทีผมนึกขำกับความขี้ขลาดของไอ้ขวัญ มันคงไม่รู้หรอกว่าเสียงครางนั้นคือเสียงของพ่อผม แม้ผมจะยังไม่เคยมีแฟน แต่ความรู้เรื่องเพศศึกษาก็หาได้จากหนังสือโป๊ของรุ่นพี่ในหมู่บ้านทำให้ผมพอจะรู้ว่าพ่อทำอะไรในกระท่อมท้ายทุ่ง และผมก็พอจะเข้าใจว่าพ่อต้องทนเหงาแค่ไหนตั้งแต่แม่ตายจากไป แต่สิ่งที่ยังคาใจผมคือ “ใครกัน” ที่อยู่ในกระท่อมท้ายทุ่งกับพ่อ“ครืดดดด…” เสียงประตูสังกะสีผุ ๆ ครูดกับพื้นดินอัดแข็งส่งเสียงคุ้นหู แสงจันทร์สว่างสาดส่องเข้ามาจนไม่ต้องพึ่งตะเกียงเจ้าพายุ ผมวางผ้าผวยที่คลุมตัวไปเที่ยวงานวัดลงบนเตียงเศษไม้ที่ว่างเปล่า ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนมองหลังคาสังกะสีผุ ๆ เสียงครางแหบต่ำเงียบหายไปนาน แต่เสียงฝีเท้าหนักแน่นยังไม่ปรากฏยิ่งดึกยิ่งหนาวหนัก หากพ่อนอนอยู่ข้างผมเวลานี้เราคงนอนกอดกันกลม ผมชอบนอนตะแคงให้พ่อกอดจากข้างหลัง พ่อจะสอดแขนข้างหนึ่งให้ผมหนุน แขนอีกข้างจะกอดรัดผมไว้แน่น พ่อผมใส่กางเกงในตัวเดียวนอนเสมอ ผมจึงสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกหนาที่แนบสนิทกับแผ่นหลังของผมพอดี ผมชอบที่ได้รู้สึกถึงท่องเนื้ออุ่น ๆ ในกางเกงในของพ่อที่แนบอยู่ตรงก้น หากคืนไหนที่ท่องเนื้ออุ่นนั้นพองตัวแข็งเหมือนท่องเหล็กร้อน ๆ ผมจะยิ่งเบียดตัวให้แนบชิดกับพ่อ เช่นเดียวกับพ่อที่เบียดท่อนเนื้อเข้ากับก้นของผม ไม่นานนักพ่อก็จะลุกออกไปข้างนอน เพียงครู่เดียวผมจะได้ยินเสียงราดน้ำล้างตัวจากโอ่งข้างบ้าน แล้วพ่อกลับมานอนกอดผมเหมือนเดิม ผมคิดว่า “กอด” คือสิ่งที่ผมสามารถชดเชยในสิ่งที่ขาดหายให้พ่อหลังจากแม่จากไปตั้งแต่เข้าพรรษาพ่อก็ลุกหายไปที่กระท่อมปลายนาบ่อยครั้ง แทบจะคืนเว้นคืน กลับมาอีกทีก็เกือบรุ่งเช้า ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เสียงฝีเท้าของพ่อไม่เคยย้ำออกไปไกลเกินการได้ยิน ทุกครั้งที่พ่อออกไปท้ายทุ่งผมจะได้ยินเสียงครวญครางลอยมาตามลม บ่อยครั้งที่เสียงครางของพ่อจะปลุกอารมณ์ดำมืดในตัวผมให้พวยพุ่งจนต้องใช้มือระบายบางสิ่งบางอย่างออกจากตัว แต่อีกด้านหนึ่งของความคิดผมก็นึกรังเกียจเสียงนั่น เสียงที่เหมือนจะกั้นผมและพ่อให้อยู่บนโลกคนละใบ———————————-“โอ้ย!” แสงแหบห้าวดังลั่นทุ่งผมสะดุ้งผุดนั่งขนลุกเกรียว“เกิดอะไรขึ้นกับพ่อ!” คำถามพุดขึ้นในสมองไวเท่าความคิด มือผมคว้าไฟฉาย สองเท้าวิ่งออกจากบ้านไปยังกระท่อมท้ายทุ่ง เดือนตกไปแล้วแต่ฟ้ายังสว่างพอเห็นคันนาอยู่ลางเลือน ภาพเหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้นในหัวผมขึ้นเป็นฉาก ผมสลัดความคิดฟุ้งซ่าน พยายามวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่สองตีนจะทำได้ผมหยุดยืนอยู่ใต้ต้นตะขบไม่ห่างจากกระท่อมนัก กระท่อมเฝ้าข้าวที่มุงสังกะสี ยกพื้นสูงแค่ศอก ฝาหลังตีด้วยเศษไม้ ด้านหน้าและด้านข้างเปิดโล่งรับลม ทุกอย่างรอบตัวยามนี้นิ่งสนิท แม้แต่เรไรยังพากันหยุดร้อง ผมเดินอ้อมไปด้านทางข้างกระท่อม เปิดไฟฉายด้วยมือสั่นเทา แสงไฟสีส้มฉายให้เห็นผ้าห่มสีเทาที่มีปลายเท้าสองคู่โผล่ออกมา คู่หนึ่งคือเท้าใหญ่แข็งแรงของพ่อผม แล้วอีกคู่ละ… เป็นของใคร…ผ้าห่มสีเทาถูกตลบขึ้นอย่างรวดเร็ว คนในผ้าคงตกใจที่ถูกแสงไฟส่องอย่างไม่ทันตั้งตัว “เธอ” พุดลุกขึ้นนั่งมองมาทางต้นแสง ถึงแม้เส้นผมยาวแดงยุ่งเหยิงจะปิดบังใบหน้าบางส่วน ผมก็จำได้ดีว่าเธอคือแม่ค้าที่เพิ่งย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านเรา ผมพบเธอครั้งแรกเมื่อบุญเข้าพรรษา ลำพังแม่ค้าหน้าใหม่หาบคอนขายถั่วต้มคงจะไม่เป็นที่น่าสนใจเท่าไหร่ แต่เสื้อคอคว้านลึกที่เธอใส่อวดเนินอก ทำให้ขี้เมามารุมซื้อถั่วเธอจนใส่ถุงไม่ทัน หนึ่งในนั้นมีพ่อผมอยู่ด้วย และคืนนั้นเป็นคืนแรกที่พ่อแอบออกไปที่กระท่อมปลายนาผมคงจะไม่แปลกใจหากพ่อจะพาผู้หญิงสักคนมาเสพย์สุข แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิง.. เธอเป็นกะเทย..“ใครวะ… ปิดไฟซะ ส่องหาพ่อมึงเหรอ” เสียงพ่อตะโกนอย่างไม่พอใจ แกคว้าผ้าห่มสีเทามาพันร่างส่วนล่างอย่างรวดเร็ว กระโดดลงจากกระท่อม กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางผม ผมตกใจมือไม้สั่นปิดไฟฉายไม่ได้ พูดอะไรไม่ออก แสงไฟที่ส่องตาคงสร้างความหงุดหงิดให้กับพ่อจนเกินทน เมื่อพ่อเข้ามาถึงตัวผมในระยะประชิด เแกจึงเงื้อมือขึ้นตบตรงบ้องหูจนผมทรุดลงกับพื้น“ไอ้แก้ว….” พ่อตะโกนสุดเสียง แกคงเห็นว่าเป็นผมเมื่อไฟฉายหลุดจากมือ——————————-แม่ค้าคู่ขาลงจากกระท่อมทันที่เมื่อพ่ออุ้มผมขึ้นมานอน พ่อหยิบกางเกงวอร์มตัวเก่ามานุ่ง เอาผ้าห่มผืนสีเทามาห่มให้ผมจนถึงคอ แล้วจึงเดินตามออกไปคุยกับหล่อนซักครู่ ผมได้ยินเสียงล้งเล้งที่จับใจความไม่ได้ ก่อนบิดเสียงมอเตอร์ไซค์จะดังขึ้นและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพ่อเดินกลับมานั่งหย่อนขาอยู่ตรงหัวนอนผม แล้วค่อย ๆ ประคองหัวผมขึ้นหนุนตัก แกรูปซิปกระเป๋ากางเกงหยิบถุงยาสูบออกมามวนก่อนพ่นควันยาสูบขาวเป็นเส้นยาว สายตาจับจ้องไปยังตีนฟ้าสีแดงอมส้ม พ่อใช้มือหยาบหนาลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของแก แต่ผมก็พอรู้ว่าแกเสียใจเพียงไหนที่ดีผมด้วยความไม่ตั้งใจ ผมเอื้อมมือไปกุมมือพ่อ แล้วยกมือแกมาแนบที่แก้ม“แก้ว เจ็บอยู่ไหมลูก”ผมส่ายหน้าช้า ๆ แทนคำตอบ“พ่อเจ็บอะไรหรือเปล่า ฉันได้ยินเสียงพ่อร้องดังไปถึงที่บ้าน”พ่อนิ่งไปซักพัก ผมจึงไม่คาดคั้นเอาคำตอบอะไร“ทำไมเองยังไม่นอน”“ฉันนอนไม่หลับ… คืนที่พ่อไม่อยู่ฉันนอนไม่หลับเลย”“โห อายุสิบห้าแล้วนะเอ็ง กลัวอะไรว่ะ” พ่อคลี่ยิ้มเอามือลูบเส้นผมของผมด้วยความเอ็นดู“ฉันไม่อยากให้พ่อออกมาตอนกลางคืนเลย ฉันกังวลน่ะ เมื่อคืนพอฉันได้ยินเสียงพ่อร้องฉันก็เลยวิ่งออกมา วันหลังพ่อก็พาน้าเขาไปนอนที่บ้านเราก็ได้นะ”พ่อนิ่งไปซักพัก“แก้ว เองรู้ใช่ไหมว่าตั้งแต่แม่เองตายพ่อก็ไม่เคยสนใจใครเลย เองโตเป็นหนุ่มแล้วคงรู้ว่าพ่อเหงา”“แล้วทำไมพ่อไม่หาเมียใหม่ละ”“แก้วเอ้ย คนจนอย่างเรา ใครเขาจะสนใจ แล้วพ่อก็กลัวว่าถ้ามีเมียเขาจะเข้ากับเองไม่ได้ ยังไงพ่อก็รักเองที่สุด”“แล้วน้าเขาล่ะ”“เองก็รู้ว่าเขาเป็นกะเทย เขาไม่เรื่องมากอยู่แล้ว พ่อนัดเจอกับเขาก็แค่หาความสุขกัน ผู้ชายเรามีความต้องการกันทุกคนใช่ไหมละ”“อย่างตอนที่พ่อนอนกอดฉันน่ะเหรอ”พ่อนิ่งไป ดูแกตกใจที่ผมพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมา ผมเองก็ตกใจเมื่อรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไปในความเงียบก่อ ความรัก ความใคร่ ความหึงหวง ก่อตัวขึ้นในจิตใจผมเหมือนพายุใหญ่ ที่พัดเอาศีลธรรมไปไกลสุดตา“พ่อ ถ้าพ่อมีความต้องการ พ่อทำกับฉันไหม… จะได้ไม่ต้องออกมาอีก”“เองพูดอะไรออกมาวะแก้ว”“ทำไมละ… ฉันรู้นะว่าเวลาพ่อนอนกอดฉันบางคืนพ่อก็ควยแข็ง แล้วพ่อก็ออกไปชักว่าว”“เฮ้ยไอ้นี่… มันเป็นธรรมดาของผู้ชาย โดนนิดโดนหน่อยมันก็แข็งแล้ว”“ใช่สิ… ฉันไม่ได้ผมยาวเป็นผู้หญิงเหมือนน้าเขานี่”“เฮ้ย ไอ้แก้วมึงพูดอะไรรู้ตัวมั่งไหม มันไม่เกี่ยวว่ามึงจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่มึงกับกูเป็นพ่อลูกกัน” พ่อลุกเดินออกไปหน้ากระท่อมอย่างมีอารมณ์ แกจุดยาสูบที่ติดมือมาเป่าควันเป็นเส้นขึ้นฟ้า“อย่าพูดเรื่องนี้ให้กูได้ยินอีก… มึงเป็นกะเทยหรือเปล่า” พ่อพูดโดยไม่หันหลังกลับมามอง“จะเป็นอะไรก็ช่างเหอะ พ่อรู้ไว้แล้วกันว่าฉันรักพ่อ ฉันห่วงพ่อ ฉันหวงพ่อ ฉันไม่อยากให้พ่อทิ้งฉันให้นอนคนเดียว ฉันไม่อยากให้พ่อไปยุ่งกับน้าคนนั้น พ่อรู้ไหมว่าพ่อไม่เหมือนเดิม พ่อเปลี่ยนไป พอพ่อกลับบ้านพ่อก็ไม่กอดฉันเลย พ่อคงรักอีน้านั่นมากใช่ไหม พ่อรักมันมากกว่าฉันใช่ไหม”ผมลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดลงจากกระท่อม วิ่งกลับบ้านโดยไม่หันหลังไปมองพ่อ ไม่รอคำตอบ ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น

Check Also

อ่านเรื่องเล่าเสียวๆเกย์ ชดใช้… (copy) 5

สิ่ ...

Website is Protected by WordPress Protection from eDarpan.com.